การจัดฟันดาม่อนเป็นอย่างไรและมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน

การจัดฟันดาม่อน (Damon) เป็นมากกว่าการจัดฟันธรรมดา จัดฟันดาม่อน เป็นนวัตกรรมการจัดฟันสมัยใหม่ ที่มีจุดเด่นในการทำงานของเครื่องมือจัดฟัน ออกแบบมาให้คนไข้รู้สึกสบายมากขึ้น เจ็บน้อยลง โดยระบบของการจัดฟันแบบดาม่อน เป็นการผสมผสาน ระหว่าง Self-ligating brackets, Hi-tech arch wires เครื่องมือสมัยใหม่ ที่ช่วยเคลื่อนฟันได้เร็วขึ้น และด้วยความเรียบลื่นของวัสดุนี้ จะช่วยให้คนไข้รู้สึกระคายเคืองน้อยลง อีกทั้งยังมีความแข็งแรงและยืดหยุ่น

Damon 3MX ได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์แล้วว่า สามารถช่วยย่นระยะเวลาการรักษาให้สั้นลง มีประสิทธิภาพสูง ไม่ต้องมาพบคุณหมอจัดฟันทุกเดือน เจ็บน้อยลงเนื่องจากแรงต้านทาน และแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นจากการจัดฟันลดน้อยลง และสร้างความสะดวกสบายให้กับคนไข้มากขึ้น เพราะการระคายเคืองปากที่ลดลง เรียกได้ว่า ฟันสวยเร็วขึ้น แต่เจ็บน้อยลงนั่นเอง

จัดฟัน Damon เป็นการจัดฟันด้วยเครื่องมือที่ออกแบบโดยนำข้อดีของเครื่องมือจัดฟันแบบโลหะ และเครื่องมือจัดฟันแบบเซรามิก มารวมกันโดยได้ออกแบบเครื่องมือที่มี แรงเสียดทานน้อย ทำให้ฟันเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น ช่วยลดระยะเวลาการรักษาทางทันตกรรมจัดฟัน

การจัดฟันดาม่อน เป็นการจัดฟันที่อยู่ในกลุ่มเครื่องมือ Self ligating brackets เป็นเครื่องมือจัดฟันแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อลดแรงเสียดทานของเครื่องมือขณะที่ใช้เคลื่อนฟัน ทำให้การเคลื่อนฟันมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับประสิทธิภาพของลวดชนิด Hi-tech light-force archwires ที่ช่วยให้ฟันเคลื่อนที่ได้เร็ว เพียงใช้แรงเบาๆ ซึ่งได้มีการพิสูจน์ทางการแพทย์แล้วว่าให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจทั้งกับหมอจัดฟันและคนไข้

  • ผลลัพธ์ที่เกินความคาดหมาย
  • คนไข้รูสึกเจ็บน้อยลง
  • ช่วยย่นระยะเวลาการรักษาให้สั้นลง ที่ให้ผลเร็วกว่า
  • ช่วยลดจำนวนครั้งที่ต้องพบคุณหมอจัดฟัน
  • คนไข้รู้สึกสบายมากขึ้น เนื่องจากการระคายเคืองที่ช่องปากลดลง
  • ลดความจำเป็นของการถอนฟัน
  • ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือเสริมชนิดอื่นๆ

เมื่อได้รับการติดเครื่องมือจัดฟัน คนไข้อาจรู้สึกปวดหรือไม่สะดวกสบายแค่ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก หรือจนกว่าร่างกายจะชินกับเครื่องมือจัดฟันที่สวมใส่ ซึ่งสำหรับอาการปวด สามารถแก้ไขได้ด้วยการรับประทานยาแก้ปวด เช่น Ponstan ได้

ผลกระทบจากเหตุการณ์ของการเกิดคลื่นสึนามิที่ส่งผลต่อ ฟุกุชิมะ ในปี 2554

ผลกระทบจากเหตุการณ์ของการเกิดคลื่นสึนามิที่ส่งผลต่อ ฟุกุชิมะ ในปี 2554

หากให้ย้อนหลังเหตุการณ์ของภัยพิบัติธรรมชาติที่รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นในช่วงปี 2554 จากสถานการณ์ของการเกิดคลื่นสึนามิ ตามแถบชายฝั่งติดทะเลมหาสมุทรพื้นที่ต่าง ๆ กันนั้นเองและในเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ผลกระทบที่ได้รับรุนแรงมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นในแถบของทางฝั่งประเทศญี่ปุ่นที่มีหลายสถานที่สำคัญต่าง ๆ ได้รับผลกระทบต่อเหตุการณ์นี้ และฟุกุชิมะเป็นหนึ่งในเขตที่ได้รับความรุนแรงจากสถานการณ์นี้เองที่ได้เกิดขึ้นมานั้นก็ได้มีผู้ได้รับผลกระทบในเชิงการใช้ชีวิตหรือการดำรงอยู่ในเขตส่วนนั้นกันเป็นอย่างมาก

จากความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ได้เห็นกันแล้วว่าการที่ในเขตของฟุกุชิมะเองก็เป็นหนึ่งในเขตของโรงงานอุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาให้เห็นกันแล้วว่าเมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติรูปแบบนี้เองย่อมมีผลกระทบที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมอย่างแน่นอน ด้วยระบบการทำงานที่ยังเปิดกำลังการผลิตอยู่ในช่วงของการเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเอง ยิ่งเป็นสิ่งที่ส่งผลอันตรายอย่างมากจากสารเคมีกัมมันตรังสีต่าง ๆ ที่ไหลลงทะเลและอากาศที่กลายเป็นมลพิษขั้นร้ายแรง

ด้วยความเสียหายดังกล่าวองค์กรสุขอนามัย WHO ได้ลงพื้นที่เข้าสำรวจตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นมาในเหตุการณ์นั้นถึงแม้จะมีการตรวจสอบแล้วว่าไม่มีการเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวแต่ในระยะเวลาต่อมากลับพบผู้เสียชีวิตจากการเกิดอาการโดนรังสีกัมมันตรังสีต่อร่างกายเกิดขึ้นมานั้นเอง ยิ่งกลายเป็นปัญหาที่อาจจะส่งผลระยะยาวที่จะต้องมีการตรวจสอบกันให้ดีก่อนนั้นเอง ซึ่งความอันตรายของการโดนสารกัมมันตรังสีอย่างต่อเนื่องนั้นก็อาจจะเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นมาได้ดังนั้นแล้วจะต้องไม่ลดการป้องกัน หรือการแก้ไขปัญหาในส่วนนี้นั้นเอง

ในส่วนของการชดเชยจากเหตุการณ์ดังกล่าวของผู้ประสบภัยนี้เองก็ต้องมีการรับการดูแลที่ได้มีการถกเถียงในช่วงนั้นกันอยู่ว่าใครนั้นเป็นคนผิดกัน จากการพิจารณาข้อพิพาทดังกล่าวทำให้ทางรัฐบาลเองจะต้องเป็นผู้แก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่ให้บานปลายกันมากขึ้นกว่าเดิม จากเหตุการณ์ความเสียหายนี้ทำให้กลายเป็นบทเรียนของทางฝั่งรัฐบาลที่จะต้องมีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ทุเลาลง ให้เข้าใจได้ทันทีเลยว่าสำหรับปัญหาข้อดังกล่าวของเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนของการดำเนินการของการผลิตโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น